Animation Review - Ratatouille
posted on 24 Jun 2007 15:12 by bemaniiidx in Animation

เอาแค่ความคิดเกี่ยวกับ หนูสกปรกๆมาอยู่ในห้องครัวภัตตาคารระดับ 5 ดาว ก็เป็นเรื่องที่แสนจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว การจะให้หนูตัวเล็กๆ มาทำอาหารให้คนตัวเบ้อเริ่มกิน ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ งานนี้ Pixar ตั้งโจทย์ ได้เขี้ยวสะใจใครหลายๆคนจริงๆ แต่เพราะมันยากที่จะเดาตอนจบแบบนี้นี่ล่ะ เราถึงได้อยากดูกัน...
Pixar ได้ตั้งประโยคเด็ดซึ่งเป็นข้อคิดที่ดีขึ้นมาให้กับเรื่องนี้ นั่นคือ "anyone can cook" นี่คือชื่อหนังสือของ chef Gusteau พ่อครัวที่เก่งที่สุดในปารีส ทว่าหลังจากเขาเสียชีวิต ภัตตาคารของเขากลับตกไปอยู่ในมือของ Skinner ลูกมือคนสนิทของ Gusteau
จากภัตตาคารระดับต้นๆในปารีสทุกอย่างกลับแย่ลง Skinner ไม่สนถึงคุณภาพของอาหาร แต่กลับสนใจแต่การทำ franchise ในชื่อ Gusteau ที่จะทำเงินเป็นกอบเป็นกำให้กับเค้า
นอกจาก Skinner แล้ว ยังมี Anton Ego นักวิจารณ์อาหารสุดโหด ที่ปากกาของเค้าสามารถกำหนดชะตากรรมของร้านอาหารแต่ละแห่งได้เลยทีเดียว

ในส่วนของเนื้อเรื่อง จุดอ่อนเล็กๆน้อยๆของบทหนังที่ชัดๆก็คือการที่เจ้าหนู Remy เข้าไปกู้วิกฤติให้กับร้าน Gusteau's โดยมี Linguini เป็นหุ่นเชิด เพราะ Linguini เดิมทีก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะอยากเป็น chef มือหนึ่งเสียเท่าไหร่ หลายๆอย่างที่ Linguini ทำไปก็เพราะสถานการณ์บีบบังคับเสียมากกว่า เป้าหมายของ Linguini จึงยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ในช่วงต้นเรื่อง แต่เมื่อความสัมพันธ์ของ Remy และ Linguini เริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราำได้เห็นความพยายามของ Remy ที่จะพิสูจน์ให้หนูตัวอื่นๆเห็นว่าเขาสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ และตัวLinguini เองจากคนที่ทำอะไรก็ไม่เอาอ่าว เขาเริ่มเรียนรู้ว่าการจะประสบความสำเร็จในสิ่งใดๆก็ตามนั้น ต้องอาศัยการฝึกฝนและความพยายาม และ กล้าที่จะยอมรับว่าสุดท้ายแล้ว Remy ต่างหากที่มีความสามารถไม่ใช่ตัวเขาเอง

การดำเนินเรื่อง ช่วงต้นสนุกและมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ดี เพียงแต่เมื่อถึงช่วงกลางเรื่อง เรารู้สึกว่ามีความพยายามที่จะใส่ sub-plot มากไปนิด ทำให้ main plot มีหลุดๆออกไปบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็กลับมาปะติดปะต่อกันได้อย่างลงตัว (จริงๆ ไม่คิดว่าตอนจบจะเป็นอะไรที่วุ่นวายและเถรตรงขนาดนี้ แต่การจบแบบนี้ก็ช่วยสร้างข้อคิดอะไรให้คนดูได้มากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะจุดพลิกผันของ Ego นักวิจารณ์อาหารที่ทำให้เราเห็นว่าตัวละครทุกตัวไม่ได้มีแต่สีขาวกับดำสนิทเท่านั้น)

ส่วนของ animation ส่วนตัวคิดว่าถ้าวิจารณ์จุกจิกมากไป กลัวว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายซะมากกว่า เพราะตัวเองก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย ^^;;
แน่นอนว่างาน animation ของ Pixar ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของ 3D animation ในตอนนี้ก็ว่าได้ แค่เราได้เห็น trailer ก็อ้าปากค้างกันแล้ว Pixar ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ animation ครั้งแล้วครั้งเล่า และคราวนี้ก็เช่นกัน ถ้า The Incredibles คือการโชว์ว่า animate คนที่ดีควรเป็นยังไง Ratatouille ก็คือการโชว์ว่า animate คนที่ดูแล้วสนุกเป็นยังไง!!
ตัวเจ้าหนู Remy เป็นจุดเด่นที่สุดของงาน animation ในหนังเรื่องนี้ ทั้งการเคลื่อนไหวที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นหนูจริงๆ (การเคลื่อนไหวที่พริ้วและเร็วเอามากๆ) และการยืนสองขาทำท่าทางตอบโต้กับหนูตัวอื่นๆเหมือนกับเป็นคนๆจริงๆ
อีกจุดที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือตัว Linguini ที่มี Remy บังคับอยู่บนหัว หลายท่วงท่าอาจดูประหลาดๆ แต่กลับพริ้วและไม่ขัดหูขัดตาแต่อย่างใด หลายๆท่า ใช้แขนและมือเป็นจุดบังคับหลักของร่างกายซึ่ง animate ยากมากๆ แต่ animator ของ Pixar สามารถทำได้ m[_ _;]m (อยากรู้จังว่าเขาเขียน tool พิเศษสำหรับการ animate ของแบบนี้ำไว้ด้วยรึเปล่า)


งานภาพของหนังเรื่องนี้ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้งาน animation เช่นกัน หนังมีการคุมสีที่นุ่มและสบายตา อีกทั้งยังรักษาเสน่ห์ของเมืองปารีสเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน สมกับที่ได้ไป research กันถึงสถานที่จริง (ดีไม่ดี สวยกว่าของจริงอีก) อาหารก็ถือเป็นพระเอกของหนังเรื่องนี้เช่นกัน อาหารแต่ละชนิดที่ปั้นใน 3D ใครจะคิดว่ามันจะิิออกมาน่ากินได้ขนาดนี้ (แต่ส่วนตัวมองอาหารฝรั่งเศสมันมีสไตล์การจัดที่เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ก็เลยไม่ยากเท่าไหร่ มาลองเจออาหารเขรอะๆตามข้างถนนของบ้านเราสิ คงสนุกกว่านี้ เหอๆ)
องค์ประกอบอย่างสุดท้ายที่ลืมไม่ได้นั่นก็คือเพลง (นอกจากภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสที่ฟังยากพอสมควร) เพลงในหนังเรื่องนี้มีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างบรรยากาศความคลาสสิคและโรแมนติกที่เมืองปารีสควรจะเป็น ถ้าใครที่ชอบหนังฝรั่งเศสเก่าๆ ก็น่าจะหลงเสน่ห์หนังเรื่องนี้ง่ายขึ้นด้วย
โดยรวม Ratatouille เป็นหนังการ์ตูนที่ให้ข้อคิดดีๆกับคนดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เหมือนกับเป็นจุดลงตัวระหว่าง finding nemo กับ the incredibles ถือเป็นอาหารจานใหม่ของ Pixar ที่เราก็รู้กันอยู่แล้วว่าสูตรเดิมๆมันรสชาติเป็นยังไง แต่เราก็ยังชอบที่จะมากินกันอยู่ดี
จุดเด่น
- หนังมีข้อคิดดีๆ ที่สามารถเข้าใจได้ง่ายทั้งเด็กและผุ้ใหญ่
- animation ที่ถือว่ายกระดับวงการ 3D animation ไปอีกก้าวนึง
- การรักษาคุณภาพงานและ reference เมืองปารีสที่มีเสน่ห์อย่างยิ่ง
จุดด้อย
- subplot บางส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใส่ก็ไม่เสียหายอะไร
- จุดจบของตัวละครบางตัวยังไม่ค่อยเคลียร์
- เนื้อเรื่องบางจุดดูแล้วรู้สึกว่าคนเขียนบท พยายามฝืนให้เนื้อเรื่องไปในทางที่ถูกที่ควรมากเกินไปจน ไม่ค่อย make sense
คะแนน 9/10
ปล. รีบเข้าโรงก่อนหนังฉาย เพราะคุณจะได้ดู short film เรื่อง Lifted ซึ่งฮาสุดๆกันไปเลย



ไว้จะรอดูนะ
อีกหน่อยขอให้ได้ทำงานที่นั่นเลยล่ะกันนะ สู้ๆ
:P
#1 By gomora on 2007-06-24 16:26