"ต้มยำกุ้ง" รึน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น"ข้าวเกรียบกุ้ง" ซะมากกว่า
posted on 13 Aug 2005 08:26 by bemaniiidx in ETC
เมื่อวานวันแม่ค่ะ พี่ชายกะแฟนชวนแม่ไปกินข้าวเที่ยง เลยไปกัน 4 คน พี่+แฟน+แม่+ตัวเอง ส่วนพ่อดันไปตีกอล์ฟซะได้ (แหม ภาวนาให้ฝนตกหนักๆจะได้อดตี อิอิอิ)
ก็ไปทานข้าวกันที่ร้านบัวแถวซีคอนค่ะ เข้าไปตอนแรกก็งง โหคนน้อยจัง มีนั่งกินอยู่โต๊ะเดียวเอง แต่พอนั่งกินไปได้ซักพัก โอ้ ไม่รู้ญาติโยมมาจากไหนเยอะแยะ จูงอาม่ามาทานข้าวกัน ครัวนึงเป็น 10 คนได้ ร้านเต็มในพริบตา ยังนั่งคุยกันเลยว่า โชคดีที่มาเร็ว ไม่งั้นไม่มีโต๊ะนั่งอดกินแน่ๆ เพราะที่เค้ามากันเยอะๆนั่น เป็นโต๊ะจองทั้งนั้น
เสร็จสรรพจากมื้อกลางวันแล้วก็กะว่าจะไปดูหนัง แต่แม่ไม่อยากดูเลยพาไปนั่งทานswensen กันฆ่าเวลารอหนังเข้าแล้วก็ให้เค้าขับรถกลับบ้านไปก่อน และแน่นอนหนังเรื่องที่เราดูก็ต้องเป็นเรื่องที่ว่าไว้ตามหัวเรื่องล่ะคะ "ต้มยำกุ้ง"
เป็นเวลานานมากที่ไม่ได้ดูหนังไทยในโรง ยอมรับจริงๆ เพราะไม่ค่อยจะมีเรื่องไหนที่เราคิดว่าน่าสนใจจนถึงขนาดต้องไปดู แต่สำหรับต้มยำกุ้งก็ยอมรับล่ะคะว่าอยากดูพอสมควร เพราะชื่นชมความสามารถของจา พนม เป็นการส่วนตัวอยู่ด้วยแล้วก็เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่นานๆจะเกิดขึ้นในบ้านเรา (ถึงแม้ว่า เสี่ยเจียงจะปากพาจนทำให้เราเกิดอารมณ์ไม่ค่อยอยากดู อยู่หลายต่อหลายครั้งก็ตาม) อีกอย่าง พี่ชายเลี้ยง ค่ะ แฮ่ๆๆๆ ของฟรีเราไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว :P
วิจารณ์หนัง (ระวัง spoil นะคะ)
ไม่ขอท้าวความถึงเนื้อเรื่องล่ะกันนะคะ เพราะมันก็รู้เรื่องย่อกันหมดตั้งกะดูตัวอย่างหนังกันแล้ว คือพี่ จา ของเราก็ทำตัวเป็น getbacker ตามทวงของเช่นเดิมเหมือนเรื่อง องค์บาก เพียงแต่ครั้งนี้ จา ต้องไปทวงช้างคืนถึงต่างแดนและเมื่อไปแล้ว เขาก็ได้พบกับขบวนการผิดกม.ที่ชั่วร้าย พี่จาของเราก้เลย ลุยมันให้หมดเลยค่ะ (ฟังดูง่ายดีเนอะ)
ความรู้สึกแรกหลังจากดูจบคือ มันส์ เศร้า และงง
มันส์ - แอ๊คชั่นทั้งหลายในเรื่อง เรียกว่ายอดเยี่ยมกว่าองค์บากมากๆค่ะ ใครที่ชอบบู๊ล้างผลาญ แบบเอามันส์ลูกเดียวไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ คุณจะได้จากหนังเรื่องนี้อย่างเต็มอิ่มแน่ๆ โดยเฉพาะซีนท้ายเรื่อง อัดกันเต็มที่จริงๆ
เศร้า - ประเด็น drama ในหนังมีเยอะค่ะ โดยเฉพาะ ไคลแมกส์ของเรื่องนี่เกือบน้ำตาซึมเลย เพราะส่วนตัวเป็นโรคแพ้พวกซีน flashback อยู่ด้วย ฉายที พาลเอาน้ำตาจะร่วง
งง - ตัดต่อค่ะ... เป็นส่วนที่เรียกว่าน่าจะโดนคนด่ามากที่สุดก็ได้ เพราะตัดแบบไม่เชื่อมกันเลย แถมซีนเหล่านี้ก็เป็นส่วนดำเนินเนื้อเรื่องซะด้วย ส่วนซีนแอ๊คชั่นนั้น ยอมรับว่าตัดต่อดีไม่มีติดขัดมากค่ะ ถึงแม้จะมีคนบอกว่า ซีน drama นั้น ตัดยากกว่าซีนแอ๊คชั่นก็เหอะ แต่อันนี้มันแย่จนไม่อยากจะเชื่อว่า ผกก. จะปล่อยมันออกมาในสภาพนี้ได้ (เรายังเชื่อว่า ผกก. น่าจะทำได้ดีกว่านี้นะคะ) อีกอย่างคือความไม่สมเหตุสมผลของตัวหนัง เช่น แก๊งค์มาเฟียมีคนเป็นร้อย ไม่มีใครมีปืนมายิงพี่จาแม้แต่คนเดียวเลยรึไง หรือช่วงที่สู้ในวัดไทย จู่ๆก็มี ราทีฟ มี จอนฟู และ ทีเค เข้ามาเล่นงานจาโดยที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เกริ่นไว้ก่อนเลยว่าพวกนี้เป็นใคร มาถึงก็เข้ามาสู้กะจาทีละคนเหมือนกะลังดุ มวย UFC ซะมากกว่า (แต่ซีนนี้สู้กันมันส์มากค่ะ ลีลาแต่ละคนสมกับที่มีโปรโมทไว้จริงๆ ถึง จอนฟูจะออกนิดเดียวก็เถอะ T T )
ถ้าจะให้พูดถึงข้อดีของหนังเรื่องนี้ ก็คือแอ๊คชั่นสุดมันส์ของ จา พนม แน่นอน กินขาดในทุกด้านค่ะ จะไม่ชอบก้ช่วงท้ายของเรื่องที่พี่แกจับหักทุกคนที่เข้ามาอัด... คือมันเยอะไปหน่อยแถมเสียง effect ก็เยอะมาก ช่วงนั้นมีแต่เสียง กร้วมๆๆ กร๊อบๆๆ อยู่นาน จนคิดว่า นี้มันเรื่อง ต้มยำกุ้ง รึข้าวเกรียบกุ้งฟะเนี่ย ข้อดีอีกอย่างคือเรื่องของความรักที่คนไทยมีกับช้างไทยค่ะ เราว่าคนไทยดูอาจจะเฉยๆไม่ได้สัมผัสกับส่วนนี้เท่าไหร่นัก แต่คิดว่าถ้าฝรั่งดูจะซึมซับความรู้สึกนี้มากกว่าแน่นอนค่ะ
โดยรวมแล้วเหมือนกับว่า ตัวหนังมีเนื้อเรื่องที่จะเล่าเยอะเกินไป การจะเอาทั้งหมดจับมารวมกันภายในเวลา 2 ชม. จึงเป็นเรื่องยาก อีกทั้งส่วนเนื้อหาของเรื่องก็ยังไม่สามารถเชื่อมให้ต่อเนื่องกันได้ point ของหนังก็เลยโดดไปโดดมาตามการตัดต่อ ถ้าใครคิดตามไม่ทันก็จะไม่รู้เรื่องไปเลย
เรื่องนี้ให้ 3/5 ดาวค่ะ
เล็กๆน้อยๆ
- ตอนท้าย จอนนี่หายไปไหน
- มาดามโรสเป็น shemale งั้นไอ้ตำรวจนั่นก็..... (แหวะ) ยิ่งตอนท้ายเรื่องที่เจ๊ใส่ชุดรัดรูปถือแส้ นั่นมัน... ตัวร้ายตัวนึงในเรื่อง city hunter ชัดๆเลยนี่หว่า (ที่เป็นหัวหน้าขบวนการค้าเนื้อสด ที่เรียวเกือบจะ beep ด้วยแล้ว)
- longshot 4 นาที อัดกันดูเซฟมากๆ ไม่ค่อยรุนแรง หรือว่าโดนหลายเทคจนเริ่มหมดแรงกันแล้วก็ไม่รู้
- M150 มาม่า เด่นจนน่าเกลียด โฆษณาไม่เนียนเลย (แต่ซีนที่ป้ายพี่เสกโดนเรือชนทะลุเป้านั่นฮาดี เหอๆๆ)
- น้องกุ้งที่เป็นสาวเสิร์ฟ บทน้อยไป เลยไม่รู้สึกว่าจะไปช่วยทำไม จริงๆน่าเอาตั๊กเล่นควบไปเลยน่าจะดีกว่า คือกลางวันทำงานเสิร์ฟกลางคืนเป็นเด็กอ๊อฟ แล้วให้เอาหลักฐานไปซ่อน จนโดนจับไปขู่บังคับให้เอาหลักฐานคืนมาแบบนี้ character ที่ตั๊กเล่นจะได้มีน้ำหนักมากกว่าเดิมด้วย
- ไคลแมกส์ มันส์และได้อารมณ์ที่สุดในเรื่อง การออกแบบซีนหลายๆอย่างลงตัวสมกับเป็นไคลแมกส์ของเรื่อง
- อีกซีนที่สุดยอดคือซีนที่จาสู้กับเด็ก extream ยอมรับว่าชอบซีนนี้สุดในเรื่อง เพราะชอบลีลาโดดหมุนตัวจระเข้ฟาดหางมากกว่าการจับหักกระดูกเยอะรวมถึงช่วงที่ จาหลบการโจมตีของศัตรูลอดตามซอก มุดใต้ตาข่าย ฯลฯ พริ้วสุดๆ ยิ่งกว่าเฉินหลงอีก
สุดท้าย ตัวอย่างเรื่องแหยม ที่หม่ำเล่นกะ เจเน็ต เขียว ฮากว่า มุกต้มยำกุ้งทั้งเรื่องอีก จริงๆนะ ฮาๆๆ
edit @ 2005/08/16 18:01:18
ก็ไปทานข้าวกันที่ร้านบัวแถวซีคอนค่ะ เข้าไปตอนแรกก็งง โหคนน้อยจัง มีนั่งกินอยู่โต๊ะเดียวเอง แต่พอนั่งกินไปได้ซักพัก โอ้ ไม่รู้ญาติโยมมาจากไหนเยอะแยะ จูงอาม่ามาทานข้าวกัน ครัวนึงเป็น 10 คนได้ ร้านเต็มในพริบตา ยังนั่งคุยกันเลยว่า โชคดีที่มาเร็ว ไม่งั้นไม่มีโต๊ะนั่งอดกินแน่ๆ เพราะที่เค้ามากันเยอะๆนั่น เป็นโต๊ะจองทั้งนั้น
เสร็จสรรพจากมื้อกลางวันแล้วก็กะว่าจะไปดูหนัง แต่แม่ไม่อยากดูเลยพาไปนั่งทานswensen กันฆ่าเวลารอหนังเข้าแล้วก็ให้เค้าขับรถกลับบ้านไปก่อน และแน่นอนหนังเรื่องที่เราดูก็ต้องเป็นเรื่องที่ว่าไว้ตามหัวเรื่องล่ะคะ "ต้มยำกุ้ง"
เป็นเวลานานมากที่ไม่ได้ดูหนังไทยในโรง ยอมรับจริงๆ เพราะไม่ค่อยจะมีเรื่องไหนที่เราคิดว่าน่าสนใจจนถึงขนาดต้องไปดู แต่สำหรับต้มยำกุ้งก็ยอมรับล่ะคะว่าอยากดูพอสมควร เพราะชื่นชมความสามารถของจา พนม เป็นการส่วนตัวอยู่ด้วยแล้วก็เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่นานๆจะเกิดขึ้นในบ้านเรา (ถึงแม้ว่า เสี่ยเจียงจะปากพาจนทำให้เราเกิดอารมณ์ไม่ค่อยอยากดู อยู่หลายต่อหลายครั้งก็ตาม) อีกอย่าง พี่ชายเลี้ยง ค่ะ แฮ่ๆๆๆ ของฟรีเราไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว :P
วิจารณ์หนัง (ระวัง spoil นะคะ)
ไม่ขอท้าวความถึงเนื้อเรื่องล่ะกันนะคะ เพราะมันก็รู้เรื่องย่อกันหมดตั้งกะดูตัวอย่างหนังกันแล้ว คือพี่ จา ของเราก็ทำตัวเป็น getbacker ตามทวงของเช่นเดิมเหมือนเรื่อง องค์บาก เพียงแต่ครั้งนี้ จา ต้องไปทวงช้างคืนถึงต่างแดนและเมื่อไปแล้ว เขาก็ได้พบกับขบวนการผิดกม.ที่ชั่วร้าย พี่จาของเราก้เลย ลุยมันให้หมดเลยค่ะ (ฟังดูง่ายดีเนอะ)
ความรู้สึกแรกหลังจากดูจบคือ มันส์ เศร้า และงง
มันส์ - แอ๊คชั่นทั้งหลายในเรื่อง เรียกว่ายอดเยี่ยมกว่าองค์บากมากๆค่ะ ใครที่ชอบบู๊ล้างผลาญ แบบเอามันส์ลูกเดียวไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ คุณจะได้จากหนังเรื่องนี้อย่างเต็มอิ่มแน่ๆ โดยเฉพาะซีนท้ายเรื่อง อัดกันเต็มที่จริงๆ
เศร้า - ประเด็น drama ในหนังมีเยอะค่ะ โดยเฉพาะ ไคลแมกส์ของเรื่องนี่เกือบน้ำตาซึมเลย เพราะส่วนตัวเป็นโรคแพ้พวกซีน flashback อยู่ด้วย ฉายที พาลเอาน้ำตาจะร่วง
งง - ตัดต่อค่ะ... เป็นส่วนที่เรียกว่าน่าจะโดนคนด่ามากที่สุดก็ได้ เพราะตัดแบบไม่เชื่อมกันเลย แถมซีนเหล่านี้ก็เป็นส่วนดำเนินเนื้อเรื่องซะด้วย ส่วนซีนแอ๊คชั่นนั้น ยอมรับว่าตัดต่อดีไม่มีติดขัดมากค่ะ ถึงแม้จะมีคนบอกว่า ซีน drama นั้น ตัดยากกว่าซีนแอ๊คชั่นก็เหอะ แต่อันนี้มันแย่จนไม่อยากจะเชื่อว่า ผกก. จะปล่อยมันออกมาในสภาพนี้ได้ (เรายังเชื่อว่า ผกก. น่าจะทำได้ดีกว่านี้นะคะ) อีกอย่างคือความไม่สมเหตุสมผลของตัวหนัง เช่น แก๊งค์มาเฟียมีคนเป็นร้อย ไม่มีใครมีปืนมายิงพี่จาแม้แต่คนเดียวเลยรึไง หรือช่วงที่สู้ในวัดไทย จู่ๆก็มี ราทีฟ มี จอนฟู และ ทีเค เข้ามาเล่นงานจาโดยที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เกริ่นไว้ก่อนเลยว่าพวกนี้เป็นใคร มาถึงก็เข้ามาสู้กะจาทีละคนเหมือนกะลังดุ มวย UFC ซะมากกว่า (แต่ซีนนี้สู้กันมันส์มากค่ะ ลีลาแต่ละคนสมกับที่มีโปรโมทไว้จริงๆ ถึง จอนฟูจะออกนิดเดียวก็เถอะ T T )
ถ้าจะให้พูดถึงข้อดีของหนังเรื่องนี้ ก็คือแอ๊คชั่นสุดมันส์ของ จา พนม แน่นอน กินขาดในทุกด้านค่ะ จะไม่ชอบก้ช่วงท้ายของเรื่องที่พี่แกจับหักทุกคนที่เข้ามาอัด... คือมันเยอะไปหน่อยแถมเสียง effect ก็เยอะมาก ช่วงนั้นมีแต่เสียง กร้วมๆๆ กร๊อบๆๆ อยู่นาน จนคิดว่า นี้มันเรื่อง ต้มยำกุ้ง รึข้าวเกรียบกุ้งฟะเนี่ย ข้อดีอีกอย่างคือเรื่องของความรักที่คนไทยมีกับช้างไทยค่ะ เราว่าคนไทยดูอาจจะเฉยๆไม่ได้สัมผัสกับส่วนนี้เท่าไหร่นัก แต่คิดว่าถ้าฝรั่งดูจะซึมซับความรู้สึกนี้มากกว่าแน่นอนค่ะ
โดยรวมแล้วเหมือนกับว่า ตัวหนังมีเนื้อเรื่องที่จะเล่าเยอะเกินไป การจะเอาทั้งหมดจับมารวมกันภายในเวลา 2 ชม. จึงเป็นเรื่องยาก อีกทั้งส่วนเนื้อหาของเรื่องก็ยังไม่สามารถเชื่อมให้ต่อเนื่องกันได้ point ของหนังก็เลยโดดไปโดดมาตามการตัดต่อ ถ้าใครคิดตามไม่ทันก็จะไม่รู้เรื่องไปเลย
เรื่องนี้ให้ 3/5 ดาวค่ะ
เล็กๆน้อยๆ
- ตอนท้าย จอนนี่หายไปไหน
- มาดามโรสเป็น shemale งั้นไอ้ตำรวจนั่นก็..... (แหวะ) ยิ่งตอนท้ายเรื่องที่เจ๊ใส่ชุดรัดรูปถือแส้ นั่นมัน... ตัวร้ายตัวนึงในเรื่อง city hunter ชัดๆเลยนี่หว่า (ที่เป็นหัวหน้าขบวนการค้าเนื้อสด ที่เรียวเกือบจะ beep ด้วยแล้ว)
- longshot 4 นาที อัดกันดูเซฟมากๆ ไม่ค่อยรุนแรง หรือว่าโดนหลายเทคจนเริ่มหมดแรงกันแล้วก็ไม่รู้
- M150 มาม่า เด่นจนน่าเกลียด โฆษณาไม่เนียนเลย (แต่ซีนที่ป้ายพี่เสกโดนเรือชนทะลุเป้านั่นฮาดี เหอๆๆ)
- น้องกุ้งที่เป็นสาวเสิร์ฟ บทน้อยไป เลยไม่รู้สึกว่าจะไปช่วยทำไม จริงๆน่าเอาตั๊กเล่นควบไปเลยน่าจะดีกว่า คือกลางวันทำงานเสิร์ฟกลางคืนเป็นเด็กอ๊อฟ แล้วให้เอาหลักฐานไปซ่อน จนโดนจับไปขู่บังคับให้เอาหลักฐานคืนมาแบบนี้ character ที่ตั๊กเล่นจะได้มีน้ำหนักมากกว่าเดิมด้วย
- ไคลแมกส์ มันส์และได้อารมณ์ที่สุดในเรื่อง การออกแบบซีนหลายๆอย่างลงตัวสมกับเป็นไคลแมกส์ของเรื่อง
- อีกซีนที่สุดยอดคือซีนที่จาสู้กับเด็ก extream ยอมรับว่าชอบซีนนี้สุดในเรื่อง เพราะชอบลีลาโดดหมุนตัวจระเข้ฟาดหางมากกว่าการจับหักกระดูกเยอะรวมถึงช่วงที่ จาหลบการโจมตีของศัตรูลอดตามซอก มุดใต้ตาข่าย ฯลฯ พริ้วสุดๆ ยิ่งกว่าเฉินหลงอีก
สุดท้าย ตัวอย่างเรื่องแหยม ที่หม่ำเล่นกะ เจเน็ต เขียว ฮากว่า มุกต้มยำกุ้งทั้งเรื่องอีก จริงๆนะ ฮาๆๆ
edit @ 2005/08/16 18:01:18