Resident Evil 5 ผีชีวะ 5 ก้าวแรกสู่ Next Gen + Launch Party
posted on 19 Mar 2009 02:05 by bemaniiidx in Gamesได้เวลา update แล้วสิ!! ได้เวลา update แล้วสิ!!
ผ่านมาได้ 5 วันแล้ว กับการวางจำหน่าย Resident Evil 5 โซน US ก่อนหน้านี้เจ้าของบล๊อกพยายามอย่างมากที่จะไม่เข้าเวปบอร์ดเกมหรืออ่านสปอยด์จากไหน เพราะเกมมันออกที่เอเชียตั้งแต่วันที่ 5 แล้ว ตอนนี้หลายๆคนคงเล่นจบกันไปหลายรอบแล้ว เจ้าของบล๊อกก็จบไปสองรอบล่ะ โหมด Amateur กะ Normal ตอนนี้เก็บของเตรียมเล่น Veteran อยู่
เสียงตอบรับจากแฟนเกม มีทั้งชื่นชมและบ่นปนๆกันไป โดยส่วนนึงบ่นกับการบังคับในเกมบ้าง เนื้อเรื่องของเกมที่สั้นไปบ้าง หรือการเล่นแบบ co-op ที่ทำให้ความน่ากลัวลดลง ก็ว่ากันไป
เกริ่นซะยาว เด๋วจะกลายเป็นรีวิวไป เอาเป็นว่ามาเริ่มย้อนไปตั้งแต่คืนวันที่ 12 มี.ค. ดีกว่าคืนวันที่ 12 มีอะไร? ทำไมต้องพูดถึง?
เพราะคืนวันที่ 12 ที่ Union Square , San Francisco ทาง Capcom ได้จับมือกับ Gamestop จัดงาน Resident Evil 5 Launch Party ขึ้น โดยได้จัดเป็นเต๊นท์ขึ้นมากลางลาน Union Square กันเลยทีเดียว
เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้ไปงานเปิดตัวเกมแบบนี้ ซึ่งจะจัดเฉพาะเกมดังๆ (ก่อนหน้านี้มีงาน Street Fighter IV แต่ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยว่าจัดที่ไหน เป้นอย่างไร)
งานนี้เลยกะไปเอาของฟรีเต็มที่ (ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย -_-;)
.
.
.
.
.
จะบ้ารึ !! ไม่ใช่เฟ้ย !! _|__|_ / / \[-"-\] (แต่ก็มีส่วน.... เหอๆ)
จริงๆแล้วอยากไปเจอทีมงานจากญี่ปุ่นต่างหาก คิดว่าโอกาสแบบนี้มีน้อยมากๆ เลยไม่อยากพลาดชวนเพื่อนๆไปกัน (สรุปแล้วไปกัน 4 คน) วันนั้นพกกล้องไปด้วย กะถ่ายบรรยากาศงานเต็มที่ แต่พอถึงหน้างาน ถ่านเจ้ากรรมดันหมดซะงั้น ยังดีคนที่ไปด้วยก็พกกล้องมา เลยฝากถ่ายรูปในงานมาให้ (credit to น๊อธ)
ในงานมีการจับสลากแจกของ, ประกาศเกมใหม่จากทางทีมงาน, การแจกลายเซ็นและพบปะทีมผู้สร้างและนักแสดง motion capture ของเกม (คนที่มาในงานมี 4 คนคือ Reuben Langdon (Chris Redfield), Karen Dyer (Sheva Alomar), TJ Storm (Captain Josh Stone) และ Jim Sonzero (Cinematic Director)
ปล. เสียดายคนที่เล่นเป็น Excella ไม่มา ไม่งั้นคงเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเกมได้อีกเยอะ เพราะตัวจริงสวยมากๆ
ภาพบรรยากาศในงาน
โดยรวมก็ถือเป็นงานที่กลางๆไม่ใหญ่มาก ทำให้ทีมงานและนักแสดงได้พบปะแฟนเกมอย่างทั่วถึง แต่แปลกใจที่งานนี้ไม่มีคนคอสเลย (เท่าที่เห็นมีแต่ซอมบี้ช่างกล้องคนเดียว) อาจจะเพราะว่างานนี้ประกาศจัดเพียงไม่ถึงอาทิตย์ก่อนวันจริง เหล่านักคอสเลยไม่มีเวลาเตรียมชุดเตรียมอุปกรณ์กัน
ปล.1 กลับมาจากงานคุยกะเพื่อนว่าน่าไปซื้อเกมมาขายคู่กะเสื้อลง eBay อิอิ (ทำกำไรซะงั้น..)
ปล.2 ภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ได้พูดนานๆ ทำให้คุณเงอะงะได้.. ช่วงที่เข้าไปคุยกับ คุณ Karen
Karen : Hi, you have a good time?
Me : yeah.. it's good, can I take picture with you? (ไม่เกริ่นใดๆทั้งสิ้น)
Keran : Oh, sure.
(ถ่ายรูป)
Me: Thank you, can't wait to play you in game.
Karen : (สะดุดเล็กน้อย) Oh, good good. Have fun playing me!!
.
.
.
.
.
ไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิืดรึเปล่า แต่รู้สึกเด๋อมาก -"-;
ปล.3 ขี้เกียจเขียนรีวิว เพราะป่านนี้เวปไหนๆก็เขียนกันหมดไส้หมดพุงแล้ว เลยไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นว่าเขียนแค่ความประทับใจหลังจากเล่นเกมล่ะกัน
ก่อนอื่นต้องขอชมว่า visual สวยมากๆๆ ทั้ง lighting, particle effect, water effect จากที่เพิ่งได้เล่น Killzone 2 ไป นึกว่าจะไม่มีเกมไหนเทียบเท่าได้แล้ว แต่ RE5 ทำให้ต้องคิดใหม่ engine MT Framework version นี้ รับรองเลยว่า Capcom คงใช้หากินได้อีกนานทีเดียว อีกอย่างที่ชื่นชมคือ production quarlity ที่้ทีมงานเคยพูดไว้ว่าจะทำให้ถึงระดับ Hollywood และก็ทำได้จริงๆ โดยเฉพาะ การตัดฉาก cinematic ที่ใ้ช้ทีมงานฝรั่งและดนตรีประกอบที่ไปอัดกันถึง Hollywood ทำให้ตอนที่ดู cut-scene เหมือนดูหนังเรื่องนึงไปเลย
อีกอย่างที่ชอบมากๆคือ character design คราวนี้ทีมงานออกแบบตัวละคนมาได้สวยมีบุึคลิกชัดเจนมาก (Square-Enix ดูไว้เป็นตัวอย่างซะนะ) ทั้ง Chris, Sheva, Excella, Irving ทุกคนมี character ชัดเจน ทั้งรูปลักษณ์และบุคลิก โมเดลในเกมก็ทำได้สวยมากๆ ทำให้รู้สึกว่าการสะสม figures ในเกมมันน่าดึงดูดขึ้นเยอะเลย
ส่วนเนื้อเรื่องก็กระชับและมี twist ในช่วงท้ายของเกม บางคนอาจจะบ่นว่าสั้นไป แต่เราว่ากำลังดี เรื่องราวในเกม เกิดขึ้นภายในเวลา 1-2 วัน โดยดำเนินเรื่องแบบข้ามวันข้ามคืนเหมือนหนัง Black Hawk Down ที่เป็น reference ให้กับเกม ตรงนี้ส่งผลดีให้เกมเป็นเหมือน action pack ที่ไม่มีช่วงไหนเลยที่ดำเนินเรื่องอืดอาดให้้รารู้สึกเบื่อ
animation ในเกม คราวนี้มาแบบ full motion-capture ทั้งตัวและหน้า (มีส่วนไหน animate มือมั่งเนี่ย ข้าพเจ้าใคร่รู้ กลัวตกงานนะเนี่ย -_-;) ในส่วนของ body animation ใช้ mo-capได้สมจริงไม่มีปัญหา แต่ความท้าทายของทีมงานคราวนี้น่าจะเป็น facial animation มากกว่า เพราะคราวนี้ใช้เทคนิคเดียวกะหนังอย่าง Beowulf ทำให้ facial animation สมจริงขึ้นมาก แต่ก็อาจจะยังดูขัดตาอยู่พอสมควรในบางชอต ตรงนี้ึึคงต้องหาวิธี rig หน้าที่เข้ากับ mo-cap กันต่อไป
ติดใจนิดเดียวที่ฉากจบสั้นไปหน่อย แต่เมื่อชั่งน่ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว Resident Evil 5 เป็นเกมระดับ Hollywood ที่คุ้มค่าราคา $60 เป็นอย่างยิ่ง