Kaskade is in the house!!

posted on 07 Apr 2009 16:08 by bemaniiidx  in Music

Happy birthday to me... to me วันเกิดชั้น... ทำไมมันถึงไม่มีใครจำ ...

ช่วงนี้ปั่นงานใส่ demo reel อย่างบ้าคลั่งหลังจากเฉื่อยมานาน ไปทำงานที่แลปแทบทุกวันเลย แต่ข้อดีของการไปแลปก็คือมีเพื่อนๆคอยช่วย critique งานให้ ทำให้เรารู้ว่างานเราในสายตาคนอื่นมันเป้นยังไง อีกอย่างคือ คอมแรงและเน็ตเร็ว เหอๆๆ นั่งทำงานไปก็เลยเปิดเพลงฟังไปด้วย เพลินดีเหมือนกัน  เปิดไปเปิดมาถึงรู้ว่า Kaskade ออกอัลบั้มใหม่ เลยขอเขียนถึงซักนิดนึง

 

Kaskade

 

 

 Kaskade หรือชื่อจริงว่า Ryan Raddon  เกิดที่ Chicago ปี 1972 เขาคือ DJ แนว House, Deep house ที่ถือได้ว่ากำลังมาแีรงอีกคนในยุคนี้ เรามักจะได้ฟังผลงานของเขาจากการที่ได้ไป remix เพลงของศิลปินดังๆ อาทิเช่น Britney Spears, Justin Timberlake, Pussycat Dolls, Nelly Furtado, etc.

นอกจากนี้ Kaskade ยังออกอัลบั้มของตัวเองมาแล้วถึง 5 ชุด โดยล่าสุด ชุดที่ 6"the Grand" ก็เพิ่งวางแผงไปเมื่อปลายเดือนมีนาที่ผ่านมา (อัลบั้มนี้เป็นงาน remix รวมเพลงฮิตของอัลบั้มเก่าๆ จะเรียกว่าเป็นชุด greatest hits ก็ไม่เชิงนัก เพราะแต่ละเพลงได้รับการ remix และเรียบเรียงใหม่หมดซะส่วนใหญ่)

เพลงของ Kaskade นั้นถือว่าฟังค่อนข้างง่ายด้วยการใช้ sound ที่นุ่มนวลไม่รุนแรง และจุดเด่นในเพลงของ Kaskade คือการใส่เสียงร้องผู้หญิงลงไปทำให้เพลง soft ลงและฟังง่ายขึ้น น้อยครั้งที่เพลงของเค้าจะเป็นบรรเลงล้วนๆ ซึ่งก็ใช่ว่าจะฟังแล้วมึนตึ้บ เพราะ Kaskade ยังมีลูกเล่นในการ remix ให้อารมณ์เพลงขึ้นลงทำให้ฟังแล้วไม่เบื่อ รวมถึงลูกเล่นการ pitch เสียงขึ้นลงให้เราได้วืดวาดกันเป็นระยะ
จุดเด่นอีกอย่างของ Kaskade ที่เจ้าของบล๊อคชอบก็คือ พัฒนาการในการ mix เพลงของเค้า ถ้าได้ลองฟังตั้งแต่อัลบั้มแรกจะรู้สึกได้เลยว่า Kaskade พยายามแอบผสมผสานแนวอื่นๆลงไปในเพลงของเค้าด้วย เช่น uk garage, ambient หรือ jazz แต่ก็ยังคงความเป็น house อย่างเต็มตัว ไม่ได้หลุดจากแนวหลักจนเกินไป 

ปล. ทุกเพลงของ Kaskade ด้วย sound ที่ใช้จะแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่แทบทั้งนั้น แุถมเจ้าตัวหน้าตาดีอีกต่างหาก ไม่แปลกที่เพลงของเค้าจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงสาวๆ (และหนุ่มๆใจสาว - -;)  (จริงๆเจ้าของบล๊อคเขียนอวยเพราะแบบนี้นี่้เองสินะ.. หึหึ)

เพลงแนะนำ

Here I Am (Kaskade Radio Edit) - David Morales With Tamra Keenan จาก Soundtrack หนัง Devil Wears Prada

 

  Distance จากอัลบั้ม Love Mysterious



It's You It's Me จากอัลบั้ม Here And Now

 

 

ได้เวลา update แล้วสิ!! ได้เวลา update แล้วสิ!!

 

 

 


 

ผ่านมาได้ 5 วันแล้ว กับการวางจำหน่าย Resident Evil 5 โซน US  ก่อนหน้านี้เจ้าของบล๊อกพยายามอย่างมากที่จะไม่เข้าเวปบอร์ดเกมหรืออ่านสปอยด์จากไหน เพราะเกมมันออกที่เอเชียตั้งแต่วันที่ 5 แล้ว ตอนนี้หลายๆคนคงเล่นจบกันไปหลายรอบแล้ว เจ้าของบล๊อกก็จบไปสองรอบล่ะ โหมด Amateur กะ Normal ตอนนี้เก็บของเตรียมเล่น Veteran อยู่

เสียงตอบรับจากแฟนเกม มีทั้งชื่นชมและบ่นปนๆกันไป โดยส่วนนึงบ่นกับการบังคับในเกมบ้าง เนื้อเรื่องของเกมที่สั้นไปบ้าง หรือการเล่นแบบ co-op ที่ทำให้ความน่ากลัวลดลง ก็ว่ากันไป

เกริ่นซะยาว เด๋วจะกลายเป็นรีวิวไป เอาเป็นว่ามาเริ่มย้อนไปตั้งแต่คืนวันที่ 12 มี.ค. ดีกว่า

คืนวันที่ 12 มีอะไร? ทำไมต้องพูดถึง?


เพราะคืนวันที่ 12 ที่ Union Square , San Francisco ทาง Capcom ได้จับมือกับ Gamestop จัดงาน Resident Evil 5 Launch Party ขึ้น โดยได้จัดเป็นเต๊นท์ขึ้นมากลางลาน Union Square กันเลยทีเดียว

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้ไปงานเปิดตัวเกมแบบนี้ ซึ่งจะจัดเฉพาะเกมดังๆ (ก่อนหน้านี้มีงาน Street Fighter IV แต่ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยว่าจัดที่ไหน เป้นอย่างไร)

งานนี้เลยกะไปเอาของฟรีเต็มที่ (ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย -_-;)

.

.

.

.

.

จะบ้ารึ !! ไม่ใช่เฟ้ย !! _|__|_ / / \[-"-\]  (แต่ก็มีส่วน.... เหอๆ)

 จริงๆแล้วอยากไปเจอทีมงานจากญี่ปุ่นต่างหาก  คิดว่าโอกาสแบบนี้มีน้อยมากๆ เลยไม่อยากพลาดชวนเพื่อนๆไปกัน (สรุปแล้วไปกัน 4 คน) วันนั้นพกกล้องไปด้วย กะถ่ายบรรยากาศงานเต็มที่ แต่พอถึงหน้างาน ถ่านเจ้ากรรมดันหมดซะงั้น ยังดีคนที่ไปด้วยก็พกกล้องมา เลยฝากถ่ายรูปในงานมาให้ (credit to น๊อธ)

ในงานมีการจับสลากแจกของ, ประกาศเกมใหม่จากทางทีมงาน, การแจกลายเซ็นและพบปะทีมผู้สร้างและนักแสดง motion capture ของเกม (คนที่มาในงานมี 4 คนคือ Reuben Langdon (Chris Redfield), Karen Dyer (Sheva Alomar), TJ Storm (Captain Josh Stone) และ Jim Sonzero (Cinematic Director)

ปล. เสียดายคนที่เล่นเป็น Excella ไม่มา ไม่งั้นคงเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเกมได้อีกเยอะ เพราะตัวจริงสวยมากๆ

 ภาพบรรยากาศในงาน

 

 
ส่วนกลางของเต๊นท์เป็นพื้นที่โล่งไว้รองรับคนที่เข้างาน
 
 
 
 
การแข่งประกวดเสียงกรี๊ด โดยให้คนที่สนใจเข้าไปยืนกรี๊ดใส่ไมค์ในห้องเก็บเสียงดำๆข้างหลัง ข้างนอกจะมีพนักงานยืนจดความดังของเสียงอยู่ (รู้สึกจะวัดเป็นเดซิเบล แต่ไม่แน่ใจ) คนชนะเกมนี้เป็นผู้หญิงเอเชีย ตอนขึ้นไปรับรางวัล พิธีกรให้ลองกรี๊ดอีกรอบเพื่อพิสูจน์ว่าใช่ตัวจริงป่าว พอสาวคนนั้นกรี๊ดใส่ไมค์เท่านั้นล่ะ หูอื้อกันไปตามๆกันทีเดียว เชื่อแล้วว่าตัวจริงเสียงจริงดังจริง -_-;
 
 
 
 
โต๊ะนี้ให้กรอกข้อมูลตัวเองหย่อนใส่กล่องเพื่อไปจับรางวัลบนเวที ส่วนหลอดบนโต๊ะที่เห็นนั้น ข้างในเป็น M&M โดยมีฉลากเขียนว่า Antidote อยู่ ส่วนรางวัลจับสลากคือเสื้ออเมริกันฟุตบอล RE5 limited โดยตัวเสื้อแปะชื่อ REDFIELD ไว้และมี logo RE5 เป็นเบอร์ข้างหลัง ส่วนตรงแขนเสื้อมีโลโก้ BSAA แปะอยู่ ทำออกมาได้กิ๊บเก๋ เหมาะเป็นของที่ระลึกมาก (เสียดายไม่ได้ถ่ายมา)
 
 
 

 
ตัวเต๊นท์ถูกฉายสปอตไลท์ โลโก้ RE5, Biohazard, Capcom, Gamestop ทำได้สวยเหมาะกับงานตอนกลางคืน
 
 
 
 
ทีมงานขึ้นมาแนะนำตัวพร้อมให้สัมภาษณ์เล็กน้อยและเปิดตัวเกมใหม่ ซึ่งก็คือ Biohazard : Dark Side Chronicle ซึ่งมีข่าวเปิดตัวก่อนหน้านี้มาแล้วที่ญี่ปุ่น
 
 
 
ทีมงานแจกลายเซ็น แถวยาวทีเดียว
 
 

 
ระหว่างที่บนเวทีว่างๆ ก็มีดีเจมาเปิดเพลง ออกแนว electro-tribal เหมาะกับเกมภาคนี้ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นใน Africa
 
 
 
TJ Storm นักแสดง ที่รับบท Captain Josh Stone ให้สัมภาษณ์ในงาน
 
 
 
พื้นที่ส่วนทดลองเล่นเกม มีการเปิดเกมตัวเต็มให้เล่นกัน ทั้ง Xbox360 และ PS3 โดยคนที่จะเข้าส่่วนนี้ต้องโชว์ ID เพราะเกมเรท M ไม่เหมาะสำหรับเด็ก
 
 
และงานนี้ในเมื่อได้เจอทีมผู้สร้างทั้งทีเลยต้องขอถ่ายรูปคู่ซะหน่อย :P
 
 Jun Takeuchi ( Producer )
 
 
 
 Karen Dyer (Sheva Alomar)
 
 
 
TJ Storm (Captain Josh Stone) คนนี้ฮาที่สุดในงาน ดูแก entertain เก่งดี
 
 ส่วนของที่ได้กลับมาในงานคือ เสื้อ logo RE5 ที่แจกให้ทุกคนก่อนเข้างานส่วนใหญ่ก็เอาไปให้ทีมงาน+นักแสดงเซ็นกัน
 
 
 


 
 

 โดยรวมก็ถือเป็นงานที่กลางๆไม่ใหญ่มาก ทำให้ทีมงานและนักแสดงได้พบปะแฟนเกมอย่างทั่วถึง แต่แปลกใจที่งานนี้ไม่มีคนคอสเลย (เท่าที่เห็นมีแต่ซอมบี้ช่างกล้องคนเดียว) อาจจะเพราะว่างานนี้ประกาศจัดเพียงไม่ถึงอาทิตย์ก่อนวันจริง เหล่านักคอสเลยไม่มีเวลาเตรียมชุดเตรียมอุปกรณ์กัน
 
ปล.1 กลับมาจากงานคุยกะเพื่อนว่าน่าไปซื้อเกมมาขายคู่กะเสื้อลง eBay  อิอิ (ทำกำไรซะงั้น..)


ปล.2 ภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ได้พูดนานๆ ทำให้คุณเงอะงะได้.. ช่วงที่เข้าไปคุยกับ คุณ Karen

Karen : Hi, you have a good time?
Me : yeah.. it's good, can I take picture with you? (ไม่เกริ่นใดๆทั้งสิ้น)
Keran : Oh, sure.
(ถ่ายรูป)
Me: Thank you, can't wait to play you in game.
Karen : (สะดุดเล็กน้อย) Oh, good good. Have fun playing me!!

.
.
.
.
.
ไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิืดรึเปล่า แต่รู้สึกเด๋อมาก -"-;

 

ปล.3 ขี้เกียจเขียนรีวิว เพราะป่านนี้เวปไหนๆก็เขียนกันหมดไส้หมดพุงแล้ว เลยไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นว่าเขียนแค่ความประทับใจหลังจากเล่นเกมล่ะกัน

ก่อนอื่นต้องขอชมว่า visual สวยมากๆๆ ทั้ง lighting, particle effect, water effect จากที่เพิ่งได้เล่น Killzone 2 ไป นึกว่าจะไม่มีเกมไหนเทียบเท่าได้แล้ว แต่ RE5 ทำให้ต้องคิดใหม่ engine MT Framework version นี้ รับรองเลยว่า Capcom คงใช้หากินได้อีกนานทีเดียว อีกอย่างที่ชื่นชมคือ production quarlity ที่้ทีมงานเคยพูดไว้ว่าจะทำให้ถึงระดับ Hollywood และก็ทำได้จริงๆ โดยเฉพาะ การตัดฉาก cinematic ที่ใ้ช้ทีมงานฝรั่งและดนตรีประกอบที่ไปอัดกันถึง Hollywood ทำให้ตอนที่ดู cut-scene เหมือนดูหนังเรื่องนึงไปเลย

อีกอย่างที่ชอบมากๆคือ character design คราวนี้ทีมงานออกแบบตัวละคนมาได้สวยมีบุึคลิกชัดเจนมาก (Square-Enix ดูไว้เป็นตัวอย่างซะนะ) ทั้ง Chris, Sheva, Excella, Irving ทุกคนมี character ชัดเจน ทั้งรูปลักษณ์และบุคลิก โมเดลในเกมก็ทำได้สวยมากๆ ทำให้รู้สึกว่าการสะสม figures ในเกมมันน่าดึงดูดขึ้นเยอะเลย

ส่วนเนื้อเรื่องก็กระชับและมี twist ในช่วงท้ายของเกม บางคนอาจจะบ่นว่าสั้นไป แต่เราว่ากำลังดี เรื่องราวในเกม เกิดขึ้นภายในเวลา 1-2 วัน โดยดำเนินเรื่องแบบข้ามวันข้ามคืนเหมือนหนัง Black Hawk Down ที่เป็น reference ให้กับเกม ตรงนี้ส่งผลดีให้เกมเป็นเหมือน action pack ที่ไม่มีช่วงไหนเลยที่ดำเนินเรื่องอืดอาดให้้รารู้สึกเบื่อ

animation ในเกม คราวนี้มาแบบ full motion-capture ทั้งตัวและหน้า (มีส่วนไหน animate มือมั่งเนี่ย ข้าพเจ้าใคร่รู้ กลัวตกงานนะเนี่ย -_-;) ในส่วนของ body animation ใช้ mo-capได้สมจริงไม่มีปัญหา แต่ความท้าทายของทีมงานคราวนี้น่าจะเป็น facial animation มากกว่า เพราะคราวนี้ใช้เทคนิคเดียวกะหนังอย่าง Beowulf ทำให้ facial animation สมจริงขึ้นมาก แต่ก็อาจจะยังดูขัดตาอยู่พอสมควรในบางชอต ตรงนี้ึึคงต้องหาวิธี rig หน้าที่เข้ากับ mo-cap กันต่อไป

ติดใจนิดเดียวที่ฉากจบสั้นไปหน่อย แต่เมื่อชั่งน่ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว Resident Evil 5 เป็นเกมระดับ Hollywood ที่คุ้มค่าราคา $60 เป็นอย่างยิ่ง